ยินดีต้อนรับสู่ MentalKids School
เราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในการเติบโต และควรได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสมตามความแตกต่างของแต่ละคน
ลูกของคุณกำลังเผชิญเรื่องเหล่านี้หรือไม่?
ควบคุมอารมณ์ยาก
เข้าโรงเรียน
ให้ MentalKids School ดูแลพัฒนาการลูกของคุณ
เพราะเราเชื่อว่า “เด็กทุกคนมีศักยภาพในการเติบโต”
🌱 เด็กทุกคนมีศักยภาพในการเติบโต
MentalKids School ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการเด็กและโรงเรียนเฉพาะทาง สำหรับเด็กพูดช้า พัฒนาการล่าช้า ออทิสติก สมาธิสั้น และเด็กที่ต้องการการส่งเสริมพัฒนาการรายบุคคล ผ่านโปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อเสริมทักษะด้านภาษา สมาธิ การเรียนรู้ ทักษะสังคม และการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมตามวัย
เริ่มต้นด้วยการประเมินพัฒนาการโดยผู้เชี่ยวชาญ วางแผนการเรียนเฉพาะบุคคล ฝึกผ่านกิจกรรมจริง พร้อมติดตามผลและทำงานร่วมกับผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กเติบโตได้เต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย
ทำความรู้จัก Mental Kids School
Mental Kids School คือ ศูนย์พัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็ก ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านผ่านการเล่น การลงมือทำ และประสบการณ์จริง โดยออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับศักยภาพและความต้องการเฉพาะของเด็กแต่ละคน
เราเชื่อว่า “การเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็ก เริ่มต้นจากความเข้าใจ” จึงให้ความสำคัญกับการประเมินพัฒนาการ การวางแผนการเรียนรู้รายบุคคล และการทำงานร่วมกับผู้ปกครอง เพื่อให้เด็กได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องทั้งที่ศูนย์และที่บ้าน
เราส่งเสริมพัฒนาการด้านใดบ้าง
แนวคิดหลักในการพัฒนาเด็ก
ส่งเสริมพื้นฐานอารมณ์ จิตใจ ร่างกาย และสติปัญญาไปพร้อมกัน
ออกแบบแผนการฝึกรายบุคคล เพราะเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน
ดูแลโดยทีมสหวิชาชีพ เช่น พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยา ครูการศึกษาพิเศษ และนักกิจกรรมบำบัด
เรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือทำ และประสบการณ์จริง
เราดูแลเด็กกลุ่มใดบ้าง
รูปแบบการเรียนรู้
ออกแบบกิจกรรมเฉพาะตามเป้าหมายและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน
ส่งเสริมการเข้าสังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น
รองรับความต้องการของครอบครัวที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน
ให้คำแนะนำ แนวทางฝึกต่อที่บ้าน รายงาน และติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้ Mental Kids แตกต่าง
โปรแกรมของ Mental Kids School
แนวทางของโปรแกรม
โปรแกรมนี้ถูกออกแบบเพื่อช่วยให้เด็กแต่ละคนพัฒนาได้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพของตนเอง โดยไม่ใช้แผนเดียวกันกับทุกคน แต่เริ่มจากการประเมินพัฒนาการรายบุคคล เพื่อเข้าใจจุดแข็งและจุดที่ต้องเสริมของเด็กแต่ละคนอย่างชัดเจน จากนั้นจึงกำหนดเป้าหมาย วางแผนการสอนเฉพาะบุคคล และฝึกผ่านกิจกรรมที่เด็กได้ลงมือทำจริง ทั้งแบบตัวต่อตัวและแบบกลุ่ม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและในห้องเรียน
เด็กกลุ่มไหนที่เหมาะกับโปรแกรมนี้
เด็กพูดช้า / สื่อสารไม่ชัด / เข้าใจคำสั่งยาก
ช่วยพัฒนาทักษะทางภาษาอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการเข้าใจและการใช้ภาษา ตั้งแต่การเพิ่มคลังคำศัพท์ การเข้าใจความหมาย ไปจนถึงการสื่อสารในชีวิตประจำวัน รวมถึงฝึกการเริ่มต้นบทสนทนา การตอบโต้ และการใช้ภาษาเพื่อแสดงความต้องการ ความคิด และอารมณ์ เพื่อให้เด็กสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมตามวัย
เด็กอยู่ไม่นิ่ง / ติดจอ / สมาธิสั้น / ควบคุมอารมณ์ยาก
ช่วยพัฒนาทักษะการกำกับตนเอง การจดจ่อ และการยับยั้งพฤติกรรม ผ่านกิจกรรมที่ฝึกให้เด็กสามารถรอคอย ทำตามข้อตกลง และทำกิจกรรมต่อเนื่องได้ พร้อมทั้งเสริมทักษะการปรับตัว การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการทำตามกติกา เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม
เด็กเรียนร่วม / เด็กที่ต้องการการสนับสนุนเฉพาะด้าน
เหมาะสำหรับเด็กที่ต้องการการวางแผนพัฒนาเฉพาะบุคคลในบริบทโรงเรียน เพื่อเสริมความพร้อมด้านการเรียนรู้ ทักษะสังคม การทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน การช่วยเหลือตนเอง และการปรับตัวในห้องเรียนอย่างเหมาะสมตามศักยภาพของแต่ละคน
รูปแบบการพัฒนา
ไม่ใช้แผนเดียวกับเด็กทุกคน
ทุกคนมีจุดเริ่มต้นและความต้องการที่แตกต่างกัน เราจึงออกแบบเป้าหมายให้เหมาะกับพื้นฐานของเด็กแต่ละคน เช่น การสื่อสาร การนั่งเรียน การช่วยเหลือตนเอง การทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน และความพร้อมในการอยู่ในห้องเรียน
บ้าน + โรงเรียน + ทีมพัฒนา
เราให้ความสำคัญกับการสื่อสารร่วมกันระหว่างผู้ปกครอง โรงเรียน และทีมพัฒนา เพื่อให้แนวทางการฝึกสอดคล้องกัน และสามารถนำไปใช้ต่อได้จริงในชีวิตประจำวัน ช่วยให้พัฒนาการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
สิ่งที่ทำให้โปรแกรมนี้แตกต่าง
ไม่ได้พัฒนาแค่ในห้อง แต่เน้นใช้ได้จริง
เด็กจะได้ฝึกผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เพื่อให้สามารถนำทักษะไปใช้ได้จริงทั้งที่บ้านและในห้องเรียน
เห็นเป้าหมายชัดเจนว่าควรเริ่มจากอะไร
การวางแผนพัฒนาไม่ได้อิงเพียงปัญหาที่เห็นภายนอก แต่พิจารณาจากพื้นฐานและความพร้อมของเด็กแต่ละคนอย่างรอบด้าน
ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการต่อยอดพัฒนาการ
มีการสื่อสารและให้แนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ต่อที่บ้านได้จริง เพื่อให้เด็กได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในทุกบริบท
ขั้นตอนการเริ่มต้น
ประเมินพัฒนาการเบื้องต้น
ดูพัฒนาการด้านภาษา สมาธิ การเล่น การเข้าสังคม การช่วยเหลือตนเอง และความพร้อมในการเรียนรู้ เพื่อให้เข้าใจพื้นฐานของเด็กอย่างรอบด้าน
กำหนดเป้าหมายเฉพาะบุคคล
วิเคราะห์ว่าควรเริ่มพัฒนาจากจุดไหนก่อน และกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมกับวัย ศักยภาพ และบริบทการเรียนของเด็กแต่ละคน
เริ่มโปรแกรมพัฒนา
ฝึกผ่านกิจกรรมที่ออกแบบให้เหมาะกับความสนใจ ระดับความพร้อม และรูปแบบการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งแบบตัวต่อตัวและแบบกลุ่ม
ติดตามผลและปรับแผนต่อเนื่อง
ติดตามความก้าวหน้าอย่างเป็นระบบ พร้อมสื่อสารกับผู้ปกครองและปรับแนวทางให้เหมาะกับพัฒนาการที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง
สิ่งที่ผู้ปกครองและโรงเรียนจะได้รับ
เห็นภาพชัดขึ้นว่าควรช่วยลูกอย่างไร
- เข้าใจจุดแข็งและจุดที่ต้องเสริมของลูกอย่างเป็นระบบ
- มีเป้าหมายการพัฒนาที่ชัดเจนและเหมาะกับลูกแต่ละคน
- มีแนวทางที่สามารถนำไปฝึกต่อที่บ้านได้จริง
- ติดตามความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่องและมีทิศทาง
ช่วยให้เด็กปรับตัวกับระบบการเรียนได้ดีขึ้น
- เสริมความพร้อมก่อนเข้าเรียนหรือเรียนร่วมในห้องเรียน
- ช่วยเรื่องสมาธิ การทำตามกติกา และกิจกรรมกลุ่ม
- สนับสนุนการปรับตัวในบริบทห้องเรียนได้เหมาะสมขึ้น
- สื่อสารเป้าหมายการพัฒนาระหว่างบ้านกับโรงเรียนได้ชัดเจนขึ้น
โรงเรียนและสาขาที่ให้บริการ
Mental Kids x โรงเรียนอนุบาลปาริชาต
Mental Kids สาขาระยอง
แผนที่การเดินทาง
Mental Kids x โรงเรียนอนุบาลปาริชาต
109/72 หมู่บ้านปาริชาต ถนนติวานนท์ - วงแหวนตะวันตก(345)
หมู่ที่ 5 ตำบลบางคูวัด อำเภอเมืองจังหวัดปทุมธานี 12000
สถานที่: โรงเรียนอนุบาลปาริชาต
Mental Kids สาขาระยอง
104/99 ถนนสายกลางทุ่ง ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21000
สถานที่: โรงเรียนอนุบาลเอิร์ล เฌอแตม ระยอง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สามารถเลือกดูแผนที่ของโรงเรียนหรือสาขาที่สะดวก และกดติดต่อได้ทันทีจากด้านล่างนี้
Q&A
คําถามที่พบบ่อย
สถาบันประเมินพัฒนาการด้านใดบ้าง
- ใช้แบบคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย Denver II ครอบคลุม กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษา และการช่วยเหลือตนเอง เพื่อตรวจดูระดับพัฒนาการและระบุด้านที่ควรกระตุ้นเพิ่มเติม
การประเมินใช้เวลานานแค่ไหน
ใครเป็นผู้ทำการประเมินเด็ก
- ผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน ได้แก่ อาจารย์พยาบาล และครูนักจิตวิทยา ที่ชำนาญด้านการกระตุ้นพัฒนาการเด็กโดยเฉพาะ
ต้องจองคิวล่วงหน้าหรือ Walk-in ได้เลย
- แนะนำให้ จองคิวล่วงหน้า เพื่อได้เวลาที่แน่นอนกว่าการ Walk-in
เรียนหนึ่งครั้งใช้เวลากี่ชั่วโมง
- ครั้งละ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แบบตัวต่อตัวกับครูนักจิตวิทยา
ต้องเรียนกี่ครั้งถึงจะเห็นพัฒนาการ
- โดยทั่วไป 6 เดือน–1 ปีขึ้นไป จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)