ส่งเสริมพัฒนาการลูกวัย 1-2 ปี ด้วยกิจกรรม

Blog Image

ส่งเสริมพัฒนาการลูกวัย 1-2 ปี 
ด้วยกิจกรรม “เล่นสนุก เสริมทักษะชีวิต”

ส่งเสริมพัฒนาการลูกวัย 1–2 ปี ด้วยกิจกรรมง่าย ๆ ที่บ้าน
เสริมภาษา การเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อมัดเล็ก และทักษะชีวิตให้ลูกเรียนรู้อย่างมีความสุข


วัย 1–2 ปี: ช่วงเวลาแห่งการเติบโตและการสำรวจโลก

ช่วงอายุ 1–2 ปี เป็นวัยที่ลูกเริ่ม “เรียนรู้ด้วยตัวเอง”
ทั้งด้าน การพูด การเคลื่อนไหว และการช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวัน
พ่อแม่จึงควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ “ลอง–เล่น–เรียนรู้” ผ่านกิจกรรมง่าย ๆ ที่บ้าน
ซึ่งจะช่วยให้เขาเติบโตอย่างมั่นใจและมีความสุขในทุกวัน ❤️


1. เสริมพัฒนาการด้านภาษา

“เริ่มพูดคำแรก ฟังเข้าใจ และสื่อสารกับคนรอบตัวได้”

พัฒนาการที่ควรสังเกต

✔️ พูดคำง่าย ๆ ได้ เช่น “พ่อ”, “แม่”, “น้ำ”, “หม่ำ”
✔️ เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ เช่น “หยิบของให้หน่อย”
✔️ พูดได้ประมาณ 20–50 คำ เมื่ออายุ 18 เดือน (กรมอนามัย, 2563)

กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมภาษา

✅ อ่านนิทานภาพสั้น ๆ ทุกวัน เน้นคำศัพท์ง่าย ๆ และเสียงสนุก
✅ ร้องเพลง–เล่นคำคล้องจอง เพื่อให้เด็กจดจำเสียงคำพูด
✅ ตั้งคำถามง่าย ๆ เช่น “นี่อะไร?” “อยากได้ไหม?” เพื่อกระตุ้นให้ลูกตอบโต้


2. พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว

“ก้าวแรก วิ่งแรก และความมั่นใจในการสำรวจ”

พัฒนาการที่ควรสังเกต

✔️ เดินได้เองช่วงอายุประมาณ 12–15 เดือน
✔️ วิ่งได้ในช่วงปลายวัย 2 ปี
✔️ เดินขึ้น–ลงบันไดแบบมีคนช่วย (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, 2565)

กิจกรรมส่งเสริมกล้ามเนื้อใหญ่

✅ ให้ลูกลองเดินบนพื้นต่างชนิด เช่น พรมหรือพื้นไม้ เพื่อฝึกการทรงตัว
✅ เล่นลูกบอลกลิ้งไปมา ฝึกการควบคุมและการทรงตัว
✅ พาเดินเล่นในสวนหรือสนามหญ้า เพื่อเสริมความมั่นใจในการเคลื่อนไหว


3. เสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็ก

“มือและนิ้วที่แข็งแรงคือก้าวแรกของการเรียนรู้”

พัฒนาการที่ควรสังเกต

✔️ ใช้นิ้วหยิบของชิ้นเล็กได้ดี
✔️ ต่อบล็อกได้ 2–4 ชิ้นในวัย 18 เดือน
✔️ พลิกหน้าหนังสือ หรือเปิดฝากล่องได้ (ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์, 2564)

กิจกรรมฝึกกล้ามเนื้อมือ

✅ เล่นบล็อกไม้สีสันสดใส หรือบล็อกต่อรูปทรงง่าย ๆ
✅ ปั้นแป้งโดว์ วาดภาพ หรือระบายสีด้วยสีเทียน
✅ ให้หยิบอาหารชิ้นเล็ก เช่น ขนมปังกรอบ หรือผลไม้หั่นชิ้นเล็ก


4. ฝึก “ทักษะชีวิต” ให้ลูกน้อยเรียนรู้ด้วยตนเอง

พัฒนาการที่ควรสังเกต

✔️ เริ่มถอดเสื้อผ้าเองได้บ้าง
✔️ เก็บของเล่นเข้าที่ตามคำบอก
✔️ ชอบเลียนแบบพ่อแม่ เช่น กวาดบ้าน จัดโต๊ะ (องค์การยูนิเซฟ, 2563)

กิจกรรมเสริมทักษะชีวิต

✅ ให้ลูกช่วยงานง่าย ๆ เช่น หยิบผ้าขนหนูหรือเก็บของเล่น
✅ เปิดโอกาสให้ “เลียนแบบ” กิจกรรมของผู้ใหญ่ เช่น ทำอาหารปลอม รดน้ำต้นไม้
✅ ใช้เวลาเล่นร่วมกัน เพื่อให้ลูกเรียนรู้ผ่านการทำซ้ำ


เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่

การเล่น = การเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ทุกกิจกรรมคือโอกาสให้ลูกฝึกคิด ฝึกพูด และฝึกใช้ร่างกาย

ชมเชยและให้กำลังใจทุกครั้งที่ลูกพยายาม

จะช่วยสร้าง “ความมั่นใจในตนเอง” และแรงจูงใจในการเรียนรู้

อย่าเร่งรัดพัฒนาการ

เด็กแต่ละคนมีจังหวะการเติบโตไม่เหมือนกัน ค่อย ๆ สนับสนุนด้วยใจที่เข้าใจ


สรุป

✅ วัย 1–2 ปี คือช่วงสร้างรากฐานของ “ทักษะชีวิต”
✅ การส่งเสริมผ่านกิจกรรมเล่นง่าย ๆ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้ครบทุกด้าน
✅ เด็กที่ได้รับการดูแลด้วยความรัก ความเข้าใจ และเวลา จะเติบโตอย่างมั่นใจ แข็งแรง และมีความสุข 


แหล่งอ้างอิง

ส่งเสริมพัฒนาการ
ลูกวัย 1–2 ปี ด้วยกิจกรรม
“เล่นสนุก เสริมทักษะชีวิต”

ส่งเสริมพัฒนาการลูกวัย1–2 ปีด้วยกิจกรรมง่าย ๆ ที่บ้าน
เสริมภาษา การเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อมัดเล็ก
และทักษะชีวิตให้ลูกเรียนรู้อย่างมีความสุข


วัย 1–2 ปี: ช่วงเวลาแห่งการเติบโต
และการสำรวจโลก

ช่วงอายุ 1–2 ปี เป็นวัยที่ลูกเริ่ม “เรียนรู้ด้วยตัวเอง”
ทั้งด้าน การพูด การเคลื่อนไหว
และการช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวัน

พ่อแม่จึงควรเปิดโอกาสให้ลูกได้ “ลอง–เล่น–เรียนรู้”
ผ่านกิจกรรมง่าย ๆ ที่บ้าน 

ซึ่งจะช่วยให้เขาเติบโตอย่างมั่นใจและมีความสุขในทุกวัน❤️


1. เสริมพัฒนาการด้านภาษา

“เริ่มพูดคำแรก ฟังเข้าใจ
และสื่อสารกับคนรอบตัวได้”

พัฒนาการที่ควรสังเกต

✔️ พูดคำง่าย ๆ ได้ เช่น “พ่อ”, “แม่”, “น้ำ”, “หม่ำ”
✔️ เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ เช่น “หยิบของให้หน่อย”
✔️ พูดได้ประมาณ 20–50 คำ เมื่ออายุ 18 เดือน
(กรมอนามัย, 2563)

กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมภาษา

✅ อ่านนิทานภาพสั้น ๆ ทุกวัน
เน้นคำศัพท์ง่าย ๆและเสียงสนุก
✅ ร้องเพลง–เล่นคำคล้องจอง
เพื่อให้เด็กจดจำเสียงคำพูด
✅ ตั้งคำถามง่าย ๆ เช่น “นี่อะไร?” “อยากได้ไหม?”
เพื่อกระตุ้นให้ลูกตอบโต้


2. พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว

“ก้าวแรก วิ่งแรก และความมั่นใจในการสำรวจ”

พัฒนาการที่ควรสังเกต

✔️ เดินได้เองช่วงอายุประมาณ 12–15 เดือน
✔️ วิ่งได้ในช่วงปลายวัย 2 ปี
✔️ เดินขึ้น–ลงบันไดแบบมีคนช่วย
(ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, 2565)

กิจกรรมส่งเสริมกล้ามเนื้อใหญ่

✅ ให้ลูกลองเดินบนพื้นต่างชนิด
เช่น พรมหรือพื้นไม้ เพื่อฝึกการทรงตัว
✅ เล่นลูกบอลกลิ้งไปมา ฝึกการควบคุมและการทรงตัว
✅ พาเดินเล่นในสวนหรือสนามหญ้า
เพื่อเสริมความมั่นใจในการเคลื่อนไหว


3. เสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็ก

“มือและนิ้วที่แข็งแรงคือก้าวแรกของการเรียนรู้”

พัฒนาการที่ควรสังเกต

✔️ ใช้นิ้วหยิบของชิ้นเล็กได้ดี
✔️ ต่อบล็อกได้ 2–4 ชิ้นในวัย 18 เดือน
✔️ พลิกหน้าหนังสือ หรือเปิดฝากล่องได้
(ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์, 2564)

กิจกรรมฝึกกล้ามเนื้อมือ

✅ เล่นบล็อกไม้สีสันสดใส หรือบล็อกต่อรูปทรงง่าย ๆ
✅ ปั้นแป้งโดว์ วาดภาพ หรือระบายสีด้วยสีเทียน
✅ ให้หยิบอาหารชิ้นเล็ก เช่น ขนมปังกรอบ
หรือผลไม้หั่นชิ้นเล็ก


4. ฝึก “ทักษะชีวิต” ให้ลูกน้อย
เรียนรู้ด้วยตนเอง

พัฒนาการที่ควรสังเกต

✔️ เริ่มถอดเสื้อผ้าเองได้บ้าง
✔️ เก็บของเล่นเข้าที่ตามคำบอก
✔️ ชอบเลียนแบบพ่อแม่ เช่น กวาดบ้าน จัดโต๊ะ
(องค์การยูนิเซฟ, 2563)

กิจกรรมเสริมทักษะชีวิต

✅ ให้ลูกช่วยงานง่าย ๆ
เช่น หยิบผ้าขนหนูหรือเก็บของเล่น
✅ เปิดโอกาสให้ “เลียนแบบ” กิจกรรมของผู้ใหญ่
เช่น ทำอาหารปลอม รดน้ำต้นไม้
✅ ใช้เวลาเล่นร่วมกัน เพื่อให้ลูกเรียนรู้ผ่านการทำซ้ำ


เคล็ดลับสำหรับพ่อแม่

การเล่น = การเรียนรู้ที่ดีที่สุด

ทุกกิจกรรมคือโอกาสให้ลูกฝึกคิด ฝึกพูด
และฝึกใช้ร่างกาย

ชมเชยและให้กำลังใจทุกครั้งที่ลูกพยายาม

จะช่วยสร้าง “ความมั่นใจในตนเอง”
และแรงจูงใจในการเรียนรู้

อย่าเร่งรัดพัฒนาการ

เด็กแต่ละคนมีจังหวะการเติบโตไม่เหมือนกัน
ค่อย ๆ สนับสนุนด้วยใจที่เข้าใจ


สรุป

✅ วัย 1–2 ปี คือช่วงสร้างรากฐานของ “ทักษะชีวิต”
✅ การส่งเสริมผ่านกิจกรรมเล่นง่าย ๆ
จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้ครบทุกด้าน
✅ เด็กที่ได้รับการดูแลด้วยความรัก ความเข้าใจ
และเวลา จะเติบโตอย่างมั่นใจ แข็งแรง และมีความสุข 


แหล่งอ้างอิง

สร้างเมื่อ: 2025-10-09
← กลับหน้าบทความ
FAQs

Q&A

คําถามที่พบบ่อย

สถาบันประเมินพัฒนาการด้านใดบ้าง

  • ใช้แบบคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย Denver II ครอบคลุม กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษา และการช่วยเหลือตนเอง เพื่อตรวจดูระดับพัฒนาการและระบุด้านที่ควรกระตุ้นเพิ่มเติม

การประเมินใช้เวลานานแค่ไหน

  • ปกติใช้เวลา 30–50 นาที แล้วแต่ลักษณะของแต่ละเคส
  • ใครเป็นผู้ทำการประเมินเด็ก

    • ผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน ได้แก่ อาจารย์พยาบาล และครูนักจิตวิทยา ที่ชำนาญด้านการกระตุ้นพัฒนาการเด็กโดยเฉพาะ

    ต้องจองคิวล่วงหน้าหรือ Walk-in ได้เลย

    • แนะนำให้ จองคิวล่วงหน้า เพื่อได้เวลาที่แน่นอนกว่าการ Walk-in

    เรียนหนึ่งครั้งใช้เวลากี่ชั่วโมง

    • ครั้งละ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แบบตัวต่อตัวกับครูนักจิตวิทยา

    ต้องเรียนกี่ครั้งถึงจะเห็นพัฒนาการ

    • โดยทั่วไป 6 เดือน–1 ปีขึ้นไป จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
    Course List

    สะพานควาย

    Tel. 096-995-6623

    เพชรเกษม81

    Tel. 062-869-8227

    นนทบุรี

    Tel. 082-694-4562

    คูคต ลำลูกกา

    Tel. 088-983-9626

    อนุบาลปาริชาต(ปทุมธานี)

    Tel. 084-582-6398

    ระยอง

    Tel. 099-591-7926

    บุรีรัมย์

    Tel. 095-604-6655


    Change to the future เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน



    Change to the future
    เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน