ความรู้พัฒนาการเด็กจาก Mental Kids

ลูกปรับตัวช้าทำอย่างไรดี? แนวทางช่วยให้ลูกปรับตัวได้ง่ายขึ้น

ลูกปรับตัวช้าทำอย่างไรดี? 
แนวทางช่วยให้ลูกปรับตัวได้ง่ายขึ้น

ทำไมลูกปรับตัวช้า?

หลายครอบครัวต้องเผชิญกับปัญหา "ลูกปรับตัวช้า" ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสังคม การเรียนรู้ หรือการปรับตัวกับสถานการณ์ใหม่ เช่น เด็กที่ร้องไห้เมื่อเจอคนแปลกหน้า
เด็กที่ไม่กล้าลองอาหารใหม่ หรือเด็กที่ไม่ยอมเล่นกับเพื่อนในสนามเด็กเล่น

ความเข้าใจในธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้ลูกสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น
อย่างมั่นใจและมั่นคง

สาเหตุที่ทำให้เด็กปรับตัวช้า

  1. อารมณ์และบุคลิกภาพ

  • เด็กที่มีลักษณะ "ใช้เวลาอุ่นเครื่องช้า" (Slow to Warm Up) มักไวต่อสิ่งเร้าและ
    ต้องใช้เวลานานกว่าปกติในการปรับตัว

  • ประสบการณ์ในอดีต

    • เด็กที่เคยเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย เช่น การแยกจากพ่อแม่อย่างกะทันหัน
      อาจมีผลต่อความสามารถในการปรับตัว

  • พัฒนาการด้านสังคมและการสื่อสาร

    • เด็กที่ยังไม่มีทักษะการสื่อสารหรือการจัดการอารมณ์ อาจรู้สึกกังวลเมื่อต้องเผชิญ
      กับสถานการณ์ใหม่ ๆ เช่น เด็กที่ยังพูดไม่ได้อาจลังเลที่จะเล่นกับเพื่อน
      เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร

  • การเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมในครอบครัว

    • การปกป้องเด็กมากเกินไปหรือการเลี้ยงดูที่ไม่คงที่ อาจทำให้เด็กขาดโอกาสฝึกฝนการปรับตัว

  • ความแตกต่างทางพัฒนาการหรือปัญหาสุขภาพ

    • เด็กที่มีความล่าช้าในการพูด หรือมีภาวะออทิสติก (ASD) อาจพบปัญหาในการเข้าใจ
      และปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่

  • ความคาดหวังที่สูงเกินไป

    • หากเด็กถูกกดดันให้ทำสิ่งที่เกินขีดความสามารถ อาจทำให้เกิดความเครียดและความกลัว
      เช่น การบังคับให้เด็กขี้อายขึ้นเวทีแสดงต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก

    แนวทางช่วยลูกปรับตัว

    1. สร้างความคุ้นเคยทีละขั้นตอน

    • ให้เด็กได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น พาลูกไปสำรวจสถานที่ก่อน
      เริ่มกิจกรรมใหม่

  • สร้างความมั่นคงในชีวิตประจำวัน

    • การมีกิจวัตรประจำวันที่แน่นอนช่วยให้เด็กมีความมั่นคง และพร้อมรับมือ
      กับสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น

  • ส่งเสริมความมั่นใจในตนเอง

    • ชมเชยเด็กเมื่อเขากล้าลองสิ่งใหม่ แม้จะเป็นความสำเร็จเล็กน้อย เช่น การเริ่มเล่นกับเพื่อนใหม่

  • สอนทักษะการจัดการอารมณ์

    • ฝึกให้เด็กใช้เทคนิคผ่อนคลาย เช่น หายใจลึก ๆ หรือใช้คำพูดบอกความรู้สึก 
      เช่น "แม่รู้ว่าลูกกังวล แต่ลองดูอีกครั้งนะ"

  • ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

    • ให้เวลาลูกในการปรับตัว และหลีกเลี่ยงการบังคับ หากลูกมีปัญหาในการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
      ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

    บทสรุป

    เด็กที่ปรับตัวช้าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ต้องได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมจากผู้ปกครอง
    การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สนับสนุนการเรียนรู้ และส่งเสริมความมั่นใจในตนเอง
    จะช่วยให้เด็กปรับตัวกับสิ่งใหม่ ๆ ได้ดีขึ้นในระยะยาว

     


     

    เอกสารอ้างอิง

    • American Psychological Association. (2020). Children and stress: Caring strategies to guide your child. Retrieved from https://www.apa.org

    • Thomas, A., & Chess, S. (1977). Temperament and development. Brunner/Mazel.

    • Rapee, R. M., Schniering, C. A., & Hudson, J. L. (2009). Anxiety disorders during childhood and adolescence: Origins and treatment. Annual Review of Clinical Psychology, 5, 311–341. https://doi.org/10.1146/annurev.clinpsy.032408.153628

    ทำไมลูกปรับตัวช้า?

    หลายครอบครัวต้องเผชิญกับปัญหา "ลูกปรับตัวช้า"
    ซึ่งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก
    ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสังคม การเรียนรู้ หรือการปรับตัว
    กับสถานการณ์ใหม่ เช่น เด็กที่ร้องไห้เมื่อเจอคนแปลกหน้า
    เด็กที่ไม่กล้าลองอาหารใหม่ หรือเด็กที่ไม่ยอมเล่น
    กับเพื่อนในสนามเด็กเล่น

    ความเข้าใจในธรรมชาติและพัฒนาการของเด็ก
    เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้ลูกสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น
    อย่างมั่นใจและมั่นคง

    สาเหตุที่ทำให้เด็กปรับตัวช้า

    1. อารมณ์และบุคลิกภาพ

    • เด็กที่มีลักษณะ "ใช้เวลาอุ่นเครื่องช้า"
      (Slow to Warm Up) มักไวต่อสิ่งเร้าและ
      ต้องใช้เวลานานกว่าปกติในการปรับตัว

  • ประสบการณ์ในอดีต

    • เด็กที่เคยเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึก
      ไม่ปลอดภัย เช่น การแยกจากพ่อแม่
      อย่างกะทันหันอาจมีผลต่อ
      ความสามารถในการปรับตัว

  • พัฒนาการด้านสังคมและการสื่อสาร

    • เด็กที่ยังไม่มีทักษะการสื่อสารหรือการ
      จัดการอารมณ์ อาจรู้สึกกังวลเมื่อต้อง
      เผชิญกับสถานการณ์ใหม่ๆ
      เช่น เด็กที่ยังพูดไม่ได้ อาจลังเล
      ที่จะเล่นกับเพื่อน เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร

  • การเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อมในครอบครัว

    • การปกป้องเด็กมากเกินไปหรือการเลี้ยงดู
      ที่ไม่คงที่ อาจทำให้เด็กขาดโอกาสฝึกฝน
      การปรับตัว

  • ความแตกต่างทางพัฒนาการหรือปัญหาสุขภาพ

    • เด็กที่มีความล่าช้าในการพูด
      หรือมีภาวะออทิสติก (ASD)
      อาจพบปัญหาในการเข้าใจ
      และปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่

  • ความคาดหวังที่สูงเกินไป

    • หากเด็กถูกกดดันให้ทำสิ่งที่เกินขีด
      ความสามารถ อาจทำให้เกิดความเครียด
      และความกลัวเช่น การบังคับให้เด็กขี้อาย
      ขึ้นเวทีแสดงต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก

    แนวทางช่วยลูกปรับตัว

    1. สร้างความคุ้นเคยทีละขั้นตอน

    • ให้เด็กได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ ๆ 
      อย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น พาลูกไป
      สำรวจสถานที่ก่อนเริ่มกิจกรรมใหม่

  • สร้างความมั่นคงในชีวิตประจำวัน

    • การมีกิจวัตรประจำวันที่แน่นอน
      ช่วยให้เด็กมีความมั่นคง และพร้อมรับมือ
      กับสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น

  • ส่งเสริมความมั่นใจในตนเอง

    • ชมเชยเด็กเมื่อเขากล้าลองสิ่งใหม่
      แม้จะเป็นความสำเร็จเล็กน้อย
      เช่น การเริ่มเล่นกับเพื่อนใหม่

  • สอนทักษะการจัดการอารมณ์

    • ฝึกให้เด็กใช้เทคนิคผ่อนคลาย
      เช่น หายใจลึกๆ หรือใช้คำพูดบอก
      ความรู้สึก เช่น "แม่รู้ว่าลูกกังวล
      แต่ลองดูอีกครั้งนะ"

  • ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

    • ให้เวลาลูกในการปรับตัว และหลีกเลี่ยง
      การบังคับ หากลูกมีปัญหาในการปรับตัว
      อย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

    บทสรุป

    เด็กที่ปรับตัวช้าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่ต้องได้รับ
    การสนับสนุนที่เหมาะสมจากผู้ปกครอง 
    การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
    สนับสนุนการเรียนรู้ และส่งเสริมความมั่นใจในตนเอง
    จะช่วยให้เด็กปรับตัวกับสิ่งใหม่ ๆ ได้ดีขึ้นในระยะยาว

     


     

    เอกสารอ้างอิง

    • American Psychological Association. (2020). Children and stress: Caring strategies to guide your child. Retrieved from https://www.apa.org

    • Thomas, A., & Chess, S. (1977). Temperament and development. Brunner/Mazel.

    • Rapee, R. M., Schniering, C. A., & Hudson, J. L. (2009). Anxiety disorders during childhood and adolescence: Origins and treatment. Annual Review of Clinical Psychology, 5, 311–341. https://doi.org/10.1146/annurev.clinpsy.032408.153628

    Q&A

    คําถามที่พบบ่อย

    สถาบันประเมินพัฒนาการด้านใดบ้าง

    • ใช้แบบคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย Denver II ครอบคลุม กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษา และการช่วยเหลือตนเอง เพื่อตรวจดูระดับพัฒนาการและระบุด้านที่ควรกระตุ้นเพิ่มเติม

    การประเมินใช้เวลานานแค่ไหน

  • ปกติใช้เวลา 30–50 นาที แล้วแต่ลักษณะของแต่ละเคส
  • ใครเป็นผู้ทำการประเมินเด็ก

    • ผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน ได้แก่ อาจารย์พยาบาล และครูนักจิตวิทยา ที่ชำนาญด้านการกระตุ้นพัฒนาการเด็กโดยเฉพาะ

    ต้องจองคิวล่วงหน้าหรือ Walk-in ได้เลย

    • แนะนำให้ จองคิวล่วงหน้า เพื่อได้เวลาที่แน่นอนกว่าการ Walk-in

    เรียนหนึ่งครั้งใช้เวลากี่ชั่วโมง

    • ครั้งละ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แบบตัวต่อตัวกับครูนักจิตวิทยา

    ต้องเรียนกี่ครั้งถึงจะเห็นพัฒนาการ

    • โดยทั่วไป 6 เดือน–1 ปีขึ้นไป จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
    Course List

    สะพานควาย

    Tel. 096-995-6623

    เพชรเกษม81

    Tel. 062-869-8227

    นนทบุรี

    Tel. 082-694-4562

    คูคต ลำลูกกา

    Tel. 088-983-9626

    อนุบาลปาริชาต(ปทุมธานี)

    Tel. 084-582-6398

    ระยอง

    Tel. 099-591-7926

    บุรีรัมย์

    Tel. 095-604-6655


    Change to the future เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน



    Change to the future
    เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน