พื้นอารมณ์ของเด็กคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการเลี้ยงดู?

Blog Image

 

พื้นอารมณ์ของเด็ก (Temperament) คืออะไร?

พื้นอารมณ์ของเด็ก (Temperament) เป็นลักษณะทางชีวภาพที่มีผลต่อพฤติกรรม
และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมของเด็กแต่ละคน แนวคิดนี้ได้รับการพัฒนาขึ้น
จากงานวิจัยของ Alexander Thomas และ Stella Chess นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน
ผ่านการศึกษา New York Longitudinal Study (NYLS) ปี 1956 ซึ่งพบว่าเด็กแต่ละคน
มีลักษณะพื้นอารมณ์เฉพาะตัว

9 มิติของพื้นอารมณ์เด็ก

Thomas และ Chess ได้กำหนดลักษณะพื้นอารมณ์ออกเป็น 9 มิติหลัก ได้แก่:

  1. ระดับกิจกรรม (Activity Level): ความกระตือรือร้นและพลังงานในการทำกิจกรรม

  2. จังหวะการดำเนินชีวิต (Rhythmicity): ความสม่ำเสมอในการกิน นอน และขับถ่าย

  3. การเข้าใกล้หรือหลีกเลี่ยง (Approach/Withdrawal): การตอบสนองต่อสิ่งใหม่ๆ

  4. ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability): การปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่

  5. ความเข้มของปฏิกิริยา (Intensity of Reaction): ระดับความรุนแรงของอารมณ์

  6. เกณฑ์การตอบสนอง (Threshold of Responsiveness): ความไวต่อสิ่งเร้าภายนอก

  7. อารมณ์โดยรวม (Quality of Mood): ความโน้มเอียงไปทางอารมณ์บวกหรือลบ

  8. สมาธิและความว่อกแว่ก (Attention Span/Distractibility): ความสามารถในการจดจ่อ

  9. ความคงเส้นคงวา (Persistence): ความอดทนต่ออุปสรรคและความพยายาม

การจัดกลุ่มพื้นอารมณ์เด็ก

จากการศึกษาพบว่าเด็กสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่:

  1. เด็กเลี้ยงง่าย (Easy Child): ปรับตัวง่าย อารมณ์ดี และมีพฤติกรรมสม่ำเสมอ

  2. เด็กเลี้ยงยาก (Difficult Child): ไวต่อสิ่งเร้า ปรับตัวได้ยาก และแสดงอารมณ์รุนแรง

  3. เด็กแบบอุ่นเครื่องช้า (Slow-to-Warm-Up Child): ขี้อาย ต้องใช้เวลาปรับตัวกับสิ่งใหม่

Goodness of Fit: ความสอดคล้องระหว่างพื้นอารมณ์และสิ่งแวดล้อม

แนวคิด Goodness of Fit อธิบายว่าหากพื้นอารมณ์ของเด็กได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม
จากพ่อแม่และสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้เด็กเติบโตอย่างสมดุลและลดความเครียด

ตัวอย่างการปรับการเลี้ยงดูให้เหมาะกับพื้นอารมณ์เด็ก:

ผลกระทบของความไม่สอดคล้อง (Poor Fit)

หากพ่อแม่ไม่สามารถปรับวิธีเลี้ยงดูให้สอดคล้องกับพื้นอารมณ์ของเด็ก อาจส่งผลเสีย เช่น:

วิธีสร้าง Goodness of Fit

  1. สังเกตพื้นอารมณ์ของเด็ก เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการเฉพาะ

  2. ปรับสิ่งแวดล้อม เช่น จัดสภาพแวดล้อมที่สงบสำหรับเด็กไวต่อสิ่งเร้า

  3. ตอบสนองอย่างเหมาะสม โดยใช้ความอดทนและยืดหยุ่น

สรุป

พื้นอารมณ์ของเด็กมีผลต่อพฤติกรรมและพัฒนาการ หากผู้ปกครองสามารถปรับตัว
และใช้แนวคิด Goodness of Fit ได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็กเติบโตอย่างมั่นใจ
และมีพัฒนาการที่สมดุล

แหล่งอ้างอิง:

 

พื้นอารมณ์ของเด็ก (Temperament) คืออะไร?

พื้นอารมณ์ของเด็ก (Temperament) เป็นลักษณะทาง
ชีวภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมและการตอบสนองต่อ
สิ่งแวดล้อมของเด็กแต่ละคน แนวคิดนี้ได้รับการพัฒนาขึ้น
จากงานวิจัยของ Alexander Thomas
และ Stella Chess นักจิตวิทยาชาวอเมริกันผ่านการศึกษา
New York Longitudinal Study (NYLS) ปี 1956
ซึ่งพบว่าเด็กแต่ละคนมีลักษณะพื้นอารมณ์เฉพาะตัว

9 มิติของพื้นอารมณ์เด็ก

Thomas และ Chess ได้กำหนดลักษณะพื้นอารมณ์
ออกเป็น 9 มิติหลัก ได้แก่:

  1. ระดับกิจกรรม (Activity Level):
    ความกระตือรือร้นและพลังงานในการทำกิจกรรม

  2. จังหวะการดำเนินชีวิต (Rhythmicity):
    ความสม่ำเสมอในการกิน นอน และขับถ่าย

  3. การเข้าใกล้หรือหลีกเลี่ยง
    (Approach/Withdrawal):
    การตอบสนองต่อสิ่งใหม่ๆ

  4. ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability):
    การปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่

  5. ความเข้มของปฏิกิริยา (Intensity of Reaction):
    ระดับความรุนแรงของอารมณ์

  6. เกณฑ์การตอบสนอง
    (Threshold of Responsiveness):
    ความไวต่อสิ่งเร้าภายนอก

  7. อารมณ์โดยรวม (Quality of Mood):
    ความโน้มเอียงไปทางอารมณ์บวกหรือลบ

  8. สมาธิและความว่อกแว่ก
    (Attention Span/Distractibility):
    ความสามารถในการจดจ่อ

  9. ความคงเส้นคงวา (Persistence):
    ความอดทนต่ออุปสรรคและความพยายาม

การจัดกลุ่มพื้นอารมณ์เด็ก

จากการศึกษาพบว่าเด็กสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่
ได้แก่:

  1. เด็กเลี้ยงง่าย (Easy Child): ปรับตัวง่าย
    อารมณ์ดี และมีพฤติกรรมสม่ำเสมอ

  2. เด็กเลี้ยงยาก (Difficult Child): ไวต่อสิ่งเร้า
    ปรับตัวได้ยาก และแสดงอารมณ์รุนแรง

  3. เด็กแบบอุ่นเครื่องช้า
    (Slow-to-Warm-Up Child):
    ขี้อาย ต้องใช้เวลาปรับตัวกับสิ่งใหม่

Goodness of Fit: ความสอดคล้องระหว่าง
พื้นอารมณ์และสิ่งแวดล้อม

แนวคิด Goodness of Fit อธิบายว่าหากพื้นอารมณ์
ของเด็กได้รับการตอบสนองอย่างเหมาะสม
จากพ่อแม่และสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้เด็กเติบโต
อย่างสมดุลและลดความเครียด

ตัวอย่างการปรับการเลี้ยงดูให้เหมาะกับพื้นอารมณ์เด็ก:

ผลกระทบของความไม่สอดคล้อง (Poor Fit)

หากพ่อแม่ไม่สามารถปรับวิธีเลี้ยงดูให้สอดคล้องกับ
พื้นอารมณ์ของเด็ก อาจส่งผลเสีย เช่น:

วิธีสร้าง Goodness of Fit

  1. สังเกตพื้นอารมณ์ของเด็ก เพื่อเข้าใจพฤติกรรม
    และความต้องการเฉพาะ

  2. ปรับสิ่งแวดล้อม เช่น จัดสภาพแวดล้อมที่
    สงบสำหรับเด็กไวต่อสิ่งเร้า

  3. ตอบสนองอย่างเหมาะสม โดยใช้ความอดทน
    และยืดหยุ่น

สรุป

พื้นอารมณ์ของเด็กมีผลต่อพฤติกรรมและพัฒนาการ
หากผู้ปกครองสามารถปรับตัวและใช้แนวคิด
Goodness of Fit ได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็ก
เติบโตอย่างมั่นใจและมีพัฒนาการที่สมดุล

แหล่งอ้างอิง:

สร้างเมื่อ: 2025-03-07
← กลับหน้าบทความ
FAQs

Q&A

คําถามที่พบบ่อย

สถาบันประเมินพัฒนาการด้านใดบ้าง

  • ใช้แบบคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย Denver II ครอบคลุม กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ภาษา และการช่วยเหลือตนเอง เพื่อตรวจดูระดับพัฒนาการและระบุด้านที่ควรกระตุ้นเพิ่มเติม

การประเมินใช้เวลานานแค่ไหน

  • ปกติใช้เวลา 30–50 นาที แล้วแต่ลักษณะของแต่ละเคส
  • ใครเป็นผู้ทำการประเมินเด็ก

    • ผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน ได้แก่ อาจารย์พยาบาล และครูนักจิตวิทยา ที่ชำนาญด้านการกระตุ้นพัฒนาการเด็กโดยเฉพาะ

    ต้องจองคิวล่วงหน้าหรือ Walk-in ได้เลย

    • แนะนำให้ จองคิวล่วงหน้า เพื่อได้เวลาที่แน่นอนกว่าการ Walk-in

    เรียนหนึ่งครั้งใช้เวลากี่ชั่วโมง

    • ครั้งละ ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที แบบตัวต่อตัวกับครูนักจิตวิทยา

    ต้องเรียนกี่ครั้งถึงจะเห็นพัฒนาการ

    • โดยทั่วไป 6 เดือน–1 ปีขึ้นไป จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
    Course List

    สะพานควาย

    Tel. 096-995-6623

    เพชรเกษม81

    Tel. 062-869-8227

    นนทบุรี

    Tel. 082-694-4562

    คูคต ลำลูกกา

    Tel. 088-983-9626

    ระยอง

    Tel. 062-869-8227

    บุรีรัมย์

    Tel. 095-604-6655


    Change to the future เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน



    Change to the future
    เราเปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน